เข้าใจผิดมาทั้งชีวิต!! ระวัง "23 สัญญาณมรณะ" จากการกินผิดวิธี จนเกิดโรคร้าย เจ็บตรงนั้น ปวดตรงนี้ ที่เรามองข้ามมาทั้งชีวิต รู้ไว้ก่อนสาย!!

เข้าใจผิดมาทั้งชีวิต!! ระวัง "23 สัญญาณมรณะ" จากการกินผิดวิธี จนเกิดโรคร้าย เจ็บตรงนั้น ปวดตรงนี้ ที่เรามองข้ามมาทั้งชีวิต รู้ไว้ก่อนสาย!!

Publish 2018-05-10 17:43:55

การกินเป็นหนึ่งในความต้องการพื้นฐานที่ร่างกายคนเราต้องการและทำเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราทำไปโดยอัตโนมัติ เป็นความเคยชินในชีวิตประจำวันซ้ำ ๆ แบบนี้ทำให้ บางครั้งเราอาจจะละเลยหรือว่าลืมที่จะนึกถึงเรื่องของสุขภาพบางทีร่างกายก็มีอาการงอแงเล็กๆน้อยๆ แม้ว่าจะไม่หนักขนาดต้องไปหาหมอ ทิ้งไว้ไม่กี่วันก็หาย แต่เราก็คงอยากรู้ว่าอาการเหล่านี้มีที่มาจากอะไร เรื่องของการกินอาหารกับสุขภาพเป็นของคู่กันมาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์ของแม่จากการดูแลครรภ์ การกินอาหารระหว่างตั้งครรภ์ เมื่อแรกเกิดออกมาก็ดูแลอาหาร ด้วยน้ำนมจากแม่กับอาหารในวัยทารก ต่อมาเป็นวัยเด็กในระดับขั้นตอนต่าง ๆ ความสำคัญของอาหารกับสุขภาพก่อเกิดในตัวตนมนุษย์ 

 



สำหรับมนุษย์เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องกินเป็น เรื่องสำคัญและถือเป็นเรื่องใหญ่ ในเรื่องที่ว่าจะกินอย่างไร มีเยอะก็รับประทานเยอะ ไม่มีรับประทานก็กินกันแบบขาดสารอาหาร กินหรือบริโภคมากเกินไปก็ทำให้อ้วน กินอย่าง ไม่มีสติ กินอย่างไม่รู้ทันก็มีโทษ จึงเห็นว่าความสัมพันธ์อาหารกับสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะต้องเรียนรู้ในเบื้องต้น บางครั้งเราอาจจะละเลยหรือว่าลืมที่จะนึกถึงเรื่องของสุขภาพบางทีร่างกายก็มีอาการงอแงเล็กๆน้อยๆ แม้ว่าจะไม่หนักขนาดต้องไปหาหมอ ทิ้งไว้ไม่กี่วันก็หาย แต่เราก็คงอยากรู้ว่าอาการเหล่านี้มีที่มาจากอะไร


1. ข้อเท้าบวม : ขาดโพแทสเซียม

โพแทสเซียมเป็นตัวปรับสมดุลของเลือดและของเหลวในร่างกาย ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและแรงดันออสโมซิส

การขาดโพแทสเซียมเป็นระยะเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ เส้นประสาทเกิดอาการผิดปกติ หลังการออกกำลังกายอย่างหนัก เนื่องจากร่างกายเสียน้ำเป็นจำนวนมาทำให้ขาดโพแทสเซียมเป็นสาเหตุของตะคริว ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ในระยะยาว จะพบว่าร่างกายเกิดอาการบวม โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้าจะชัดเจนมาก

วิธีการดูแล : หลังออกกำลังกายเสร็จกินกล้วยเพื่อเพิ่มโพแทสเซียมให้กับร่างกาย และป้องกันการเป็นตะคริวได้ พยายามกินผักและผลไม้ทุกวันเพื่อเพิ่มโพแทสเซียมให้กับร่างกาย

 

2. ไม่สบายท้อง : ขาดวิตามิน A

แนะนำให้ทุกๆวันผู้ชายควรได้รับวิตามิน A 0.7 มิลลิกรัม ผู้หญิง 0.6 มิลลิกรัม วิตามิน A ไม่เพียงเป็นองค์ประกิบสำคัญในการปกป้องหน้าต่างของหัวใจ แต่ยังมีประโยชน์ต่อระบบหายใจและทำหน้าที่เสมือนฟิล์มบางๆปกป้องกระเพาะอาหารและลำไส้ด้วย ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียหรือสารที่เป็นอันตรายซึมเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ถ้าร่างกายขาดวิตามิน A นอกจากตาจะไม่ดีแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อระบบหายใจและกระเพาะอาหารและสำไส้ด้วย

วิธีการดูแล : พยายามกินแครอทวันละน้อยๆทุกวัน หรือรับประทานเครื่องในที่มีตับสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็สามารถช่วยเพิ่มวิตามิน A ให้กับร่างกายได้

 

3. เป็นร้อนในในปาก หรือมุมปาก : ขาดวิตามิน B2

แนะนำให้ทุกๆวันผู้ชายควรได้รับวิตามิน B2 1.3 มิลลิกรัม ผู้หญิง 1.1 มิลลิกรัม การที่ปากมีรอยแตก หรืออาการร้อนในเกิดจากร่างกายขาดวิตามิน B2 ที่จะไปช่วยในการรักษาซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

นอกจากนี้วิตามิน B2 เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อผิวและเส้นผม ให้เกิดการผลัดตัว แข็งแรง วิตามิน B2 ไม่สามารถสร้างได้เองจากในร่างกาย ต้องได้รับเข้าไปผ่านทางอาหารหรือผลิตภัณฑ์บำรุงต่างๆ

วิธีการดูแล : ดื่มนมทุกวันวันละ 250 มล. ก็จะช่วยเพิ่มวิตามิน B2 ให้กับร่างกาย บริโภคผักพวกเห็ดหอม เห็ดหูหนู ถั่วลิสง งา อัลมอนด์ และอื่นๆที่มีวิตามิน B2 เยอะๆ

 

4. อาหารไม่มีรสชาติ ตุ่มรับรสอ่อนแอ : ขาดสังกะสี

แนะนำให้ทุกๆวันผู้ชายควรได้รับสังกะสี 5.5-9.5 มิลลิกรัม ผู้หญิง 4-7 มิลลิกรัม เมื่อร่างกายขาดสังกะสีระบบภูมิคุ้มกันจะแย่ลง ไม่อยากอาหาร การเจริญเติบโตช้าลง ผมร่วง ระบบรับรสอาหารทำงานแย่ลง

ถ้าพบว่าเวลากินอะไรแล้วรู้สึกไม่มีรสชาติบ่อยๆ หรือบาดแผลหายช้าแล้วล่ะก็ สาเหตุอาจมาจากร่างกายขาดสังกะสี

วิธีการดูแล : เนื้อวัว และเนื้อแดงอื่นๆมีสังกะสีมากมาย การรับประทานเนื้อวัวสัปดาห์ละ 8 ออนซ์ก็จะเพียงพอกับสังกะสีที่ร่างกายต้องการ

 

5. หงุดหงิด โกรธง่าย : ขาดธาตุเหล็ก

การขาดธาตุเหล็กไม่เพียงแต่จะเป็นโลหิตจาง อาจเป็นสาเหตุให้คุณเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆ โกรธง่าย แนะนำให้ทุกๆวันผู้ชายควรได้รับธาตุเหล็ก 8.7มิลลิกรัม ผู้หญิง 14.8 มิลลิกรัม

ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง สำหรับผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนทุกเดือนแล้ว เหล็กเป็นแร่ธาตุที่สำคัญมาก ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอาการอารมณ์ไม่ดี หดหู่ ซึมเศร้าได้

วิธีการดูแล : รับประทานเนื้อแดง ไข่ไก่ ถั่ว ผักสีเขียวเข้ม ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก  และอย่าลืมเพิ่มวิตามิน C ให้กับร่างกายด้วย เพราะจะทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

6. ปวดเมื่อยตัว : ขาดวิตามิน D

คนที่ตากแดดไม่เพียงพอ เมื่อขาดวิตามิน D จะปวดเมื่อยง่าย

วิตามิน D เป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และมีผลต่อการเติบโตของกระดูกและฟัน

วิธีการดูแล : รับประทานปลาที่มีน้ำมันมากๆ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่นปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน  พร้อมทั้งออกไปตากแดดในเวลาที่เหมาะสม ถึงจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน D เพียงพอ

นอกจากนี้หากร่างกายของคุณยังมีปัญหาเล็ก ๆ อื่นๆดังต่อไปนี้ก็อาจจะขาดสารอาหารบางชนิดเช่นเดียวกัน!

 

7. ตาแห้ง : ขาดวิตามิน A, แคโรทีน

 

8. ปากเหม็น : ขาดวิตามิน B6, สังกะสี

 

9. ฟันไม่แข็งแรง : ขาดวิตามิน A, แคลเซียม, เหล็ก

 

10. ริมฝีปากแห้ง ผิวลอก : ขาดวิตามิน A, B2

 

11. โรคโลหิตจาง มือเท้าเย็น : การขาดวิตามินบี 6 ,กรดโฟลิก, เหล็ก

 

12. เมื่อยล้า ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร : ขาดวิตามิน B1, B2, B6

 

13. ผมร่วงมาก เกิดรังแค : ขาดวิตามิน A, B6, สังกะสี, แคลเซียม

 

14. ผมแตกปลาย สีอ่อนลง : ขาดวิตามิน E, ธาตุเหล็ก

 

15. รอยคล้ำรอบดวงตา : ขาดวิตามิน A, C, E

 

16. ผิวคล้ำ ฝ้า จุดด่างดำ : ขาดวิตามิน C, E, กรดโฟลิค

 

17. ริ้วรอยก่อนวัยจำนวนมาก : ขาดวิตามิน A, C, E, ซีลีเนียม

 

18. ผิวซีดเหลือง ไม่เด้ง ไม่เป็นประกาย : ขาดวิตามิน B1, B2

 

19. ผิวแห้งหยาบกร้าน รูขุมขนใหญ่: ขาดวิตามิน A, B6, สังกะสี

 

21. สายตาไม่ดี ตาไวต่อแสง ตาแห้ง : ขาดวิตามิน A, B1, B2, ซีลีเนียม

 

22. เหงื่อออกมาก และเหงื่อออกตอนกลางคืน: ขาดวิตามิน D, แคลเซียม, เหล็ก

 

23. ลิ้นสีม่วง ปากแตก: ขาดวิตามิน B3, B6 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : baterk



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อำมฤทธิ์ สุระสังข์