นายกฯลั่นกลางสภา ไม่ลาออก รู้หมดใช้ AI ปลุกระดม ไม่คุ้มอยากเอาชนะ ท่ามกลางซากปรักหักพัง

นายกฯลั่นกลางสภา ไม่ลาออก รู้หมดใช้ AI ปลุกระดม ไม่คุ้มอยากเอาชนะ ท่ามกลางซากปรักหักพัง

Publish 2020-10-28 08:14:53


จบเสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมัยวิสามัญ ในญัตติการร่วมทางออกประเทศ จากสถานการณ์ทางการเมือง   โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ได้กล่าวสรุปท้ายในบางช่วงตอน ว่า ทุกคนทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยขณะนี้ กรณีให้ตนลาออกเพราะบริหารประเทศล้มเหลว ขอให้มองย้อนไปในปี 2549 และปี 2557 ที่มีการชุมนุมมีใครลาออกหรือไม่ มีใครทำความผิดหรือไม่ ยืนยันตนเองก็รักลูกหลาน รักเด็ก นิสิตนักศึกษาทุกคนคือพลังของแผ่นดินในวันข้างหน้า ต้องสร้างความเข้าใจกันว่าบทบาทของใครอยู่ตรงไหน ใครที่จะเป็นผู้ชี้นำในทางที่ถูกต้องและสงบ ทุกคนคือเสียงหนึ่งของคนไทย ของประเทศไทย  วันนี้โลกเปลี่ยน วอนอย่าฟังความข้างเดียว ทุกอย่างมีที่มา เช่น ชุดนักเรียน ทำให้เกิดการประหยัด ไม่มีการแข่งขันไม่มีความแตกต่างสำหรับทรงผม ก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่เด็กนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น

 

  
“เรื่องกรณีการชุมนุม ผมรักลูกหลานทุกคน ผมรักเด็กนิสิตนักศึกษาทุกคน นั่นคือพลังของแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่เราควรจะสร้างความเข้าใจกันได้ไหม บทบาท อะไรอยู่ตรงไหน ใครที่จะชี้นำในทางที่ถูกต้อง ในทางที่สงบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามผมถือว่าทุกคนคือเสียงหนึ่งของคนไทย ของประเทศไทย ผมยอมรับฟัง ก็มีทั้งทำได้ ทำไม่ได้ กรณีเรื่องของชุดนักเรียน ถ้าผมจำได้ไม่ผิดตั้งแต่เด็กๆ มา ผมจำได้ว่าเขาเคยมีคำชี้แจงว่าการแต่งชุดนักเรียนทำให้เกิดการประหยัด ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีความแตกต่างระหว่างการแต่งตัวของคนรวยคนจน ผมคิดว่าอย่างนั้น อีกเรื่องคือทรงผม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับเด็กนักเรียนว่าคนเหล่านี้เมื่อไปเดินอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ นอกเวลาเรียนก็จะได้ไม่ถูกทำร้าย นั่นคือวัตถุประสงค์แรก แต่วันนี้มันเปลี่ยนแล้ว ผมก็ยอมรับได้ ก็ลองไปคิดดูแล้วกัน ผมไม่อยากให้ฟังแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงข้างเดียว ทุกอย่างมีอดีต มีความเป็นมาทั้งสิ้น”



พล.อ.ประยุทธ์  ยังระบุด้วยว่า   ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จำนวนผู้ติดเชื้อที่ต่ำ ผู้เสียชีวิตจำนวนน้อยมากจนได้รับการยอมรับและยกย่อง จากต่างประเทศ  ส่วนที่มองว่าเศรษฐกิจไทยแย่ นั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ติดตามข้อมูลอย่างเป็นธรรม เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเดินอย่างช้าๆ แต่ถึงแม้เศรษฐกิจจะลดลงก็ลดลงในอัตราที่ช้ากว่าเดิม รวมทั้งมีมาตรการเพิ่มเข้าไปในเรื่องของการด้านการท่องเที่ยว

 

 

โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งถือวีซ่าพิเศษจำนวน 41 คน ได้เดินทางมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว โดยมีการคัดกรองมาจากต้นทางและมีใบรับรองแพทย์ ตามหลักการมาตรฐานสากล ทั้งนี้ก็จะมีการทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ ขณะนี้สามารถเปิดประเทศได้แล้วแต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพควบคู่กัน



อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง อาจกดทับบรรยากาศเศรษฐกิจในช่วงปลายปีที่กำลังจะดีขึ้น ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีความรักและเอื้อเฟื้อต่อกันด้วยดีมาโดยตลอด จึงไม่อยากให้วัฒนธรรมดีงามของประเทศไทยแตกร้าวเสียหายไปเพราะความไม่เข้าใจระหว่างคนแต่ละรุ่น โดยขณะนี้มีกลุ่มที่ถูกชักชวนผ่านโลกโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก

 

 

วันนี้โลกของการติดต่อสื่อสารจะมีการถูกบันทึก และถูกกลุ่มคนนำไปจัดเป็นอุปนิสัยของเรา ถูกนำไปใช้ประโยชน์เสมอโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่เคยรับข้อมูลใดๆมาก่อน โดยเฉพาะการป้อนข้อมูลเฉพาะทางให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไปตามที่อีกฝ่ายต้องการโดยไม่รู้ตัว จึงขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการอ่านแต่อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น และฟัง ขอให้ใช้สติปัญญาและมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการตรวจสอบคัดกรองข้อมูลต่างๆเหล่านั้นขอให้ระมัดระวังในการนำข้อมูลของเราไปเผยแพร่ในต่างประเทศ  รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะดูแลและฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกกลุ่มและยินดีที่จะรับฟังข้อเรียกร้อง พร้อมจะร่วมมือในการแก้ปัญหา แต่ต้องไม่ไปริดลอนสิทธิของคนอื่นยอมรับความเชื่อที่แตกต่างของแต่ละคน คำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลักซึ่งเป็นหลักการส่วนใหญ่ของระบอบประชาธิปไตย 

 
"ผมเห็นด้วยให้มีการตั้งคณะทำงาน ศึกษาแนวทางที่เสนอมา เพื่อนำไปสู่การพูดคุยหาทางออก โดยนำทุกภาคส่วน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลรัฐสภาผู้เห็นต่าง มารวมกันพูดคุยเพื่อหาทางออกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงทั้งนี้ข้อเรียกร้องใดๆ ของผู้ชุมนุมที่สอดคล้องกับคนกลุ่มใหญ่ ก็พร้อมยินดีจะรับไปดำเนินการถ้าข้อเรียกร้องใดไม่สามารถพิสูจน์ได้ เป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ก็ขอสงวนสิทธิ์"


นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์   ยังกล่าวในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่รับผิดชอบงานหลายด้านว่า  ตนถูกโจมตีด้วยข้อมูลจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยอยู่ตลอดเวลา จึงขอชี้แจงว่ารัฐบาลใช้ Big Data ในการบริหารราชการแผ่นดินในการใช้งบประมาณให้ลงตรงถึงประชาชนระดับฐานราก ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเพียงพอ พยายามแก้ปัญหาทุกมิติอย่างค่อยเป็นค่อยไป คัดแยกตัวเลขผู้มีรายได้ในระดับต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรการดูแลคนที่มีรายได้ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก


ที่ผ่านมามีการใช้โทรศัพท์ ใช้โซเชียลมีเดียในการขับเคลื่อน   หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามปรากฏข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ว่า ในการเผยแพร่ข้อความต่าง ๆ ในโทรศัพท์ มีผู้ที่โพสต์ครั้งแรก 200 คน อีกไม่กี่นาทีต่อมาขึ้นเป็น 50,000 คนจากแอคเคาน์เดิมที่แพร่หลายช่องทาง เป็นการใช้ระบบเอไอในการโพสต์ข้อมูลต่างๆ ทั้งสิ้น โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นความร่วมมือจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิประชาชนยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยปิดกั้น แต่หากเป็นการละเมิดจนเกินไป ไม่สุภาพ สังคมก็รับไม่ได้ วันนี้สังคมมีปัญหา มีสิ่งที่ไม่ควรจะเผยแพร่ขึ้นในโทรศัพท์ทุกชั่วโมง 

 
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็อยู่ในขั้นตอนอยู่แล้ว และเป็นหน้าที่ของรัฐสภา และในฐานะนายกรัฐมนตรีก็พร้อมสนับสนุนในฐานะรัฐบาล ในฝ่ายบริหาร ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีหน้าที่ของตนเองและไม่ไปก้าวล่วงหน้าที่ของใครยืนยันไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง สิ่งสำคัญจะไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา จะไม่ละทิ้งหน้าที่โดยการลาออกในขณะที่ชาติบ้านเมืองมีปัญหา ในยามที่ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคองให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า แก้ปัญหาเร่งด่วนทั้งการว่างงาน SME สินค้าการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและถนนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในประเทศมีความสุข

 


"ผมไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวและผมไม่ลาออกในยามที่ชาติบ้านเมืองมีปัญหา  หลายคนบอกว่ารัฐบาลใช้เงินอย่างเดียว ผมถามว่ารถไฟฟ้ากี่สายกี่เส้น ถนนหนทาง เกิดขึ้นสมัยไหน เรามีกำลังได้เราก็ทำ วันนี้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเพราะโควิดที่ต้องกู้เงินเพื่อช่วยประชาชน  การได้ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเมืองคุ้มค่าหรือไม่ มันจะไม่เหลืออะไรเลย สิ่งที่คาดหวังว่าจะเปลี่ยนดุลอำนาจมันจะไม่เหลือให้ท่านแม้แต่น้อยนิด สงสารลูกหลานเยาวชนคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า ท่านจะเอามาขับเคลื่อนทางการเมืองไปด้วย ขอให้นำข้อมูลทั้งสองวันไปใช้ให้เกิดประโยชน์และทำความเข้าใจกับลูกหลาน

 

ขอขอบคุณประธานสภาและส.ส.ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านและส.ว.ทุกคนที่เสนอความคิดเห็นและชี้แนะทางออกให้รัฐบาล เรื่องใดที่ทำและเป็นประโยชน์ รัฐบาลจะรับไปพิจารณา คนไทยอย่าทำอะไรที่เกิดความเสียหายให้กับบ้านเมืองและอย่าเอาต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการในประเทศไทย เรามีอธิปไตยของเราเอง มันอันตรายที่สุด เพราะเป็นช่วงของขั้วอำนาจ มันจะไม่ได้ปัญหาเฉพาะเราอย่างเดียว สิ่งที่ท่าน คาดหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงดุลแห่งอำนาจก็จะไม่เหลือให้ท่านแม้แต่น้อยนิด กรรมใดใครก่อก็รับไป จะทำบุญทำกุศลก็ไม่มีใครช่วยได้ ผมจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไป จนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำ ชัดมั้ยครับ”

>> Hot Sale ลาซาด้า ยกขบวนสินค้า ลดกระหน่ำทุกรายการ สูงสุด 90% <<

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน