อ.ชูชาติ เตือนกกต.ระวังอาญา ม.157 ปล่อย “ธนาธร” หลอกลวง Blind Trust

อ.ชูชาติ เตือนกกต.ระวังอาญา ม.157 ปล่อย “ธนาธร” หลอกลวง Blind Trust

Publish 2019-10-25 16:58:34


อีกหนึ่งประเด็นเกี่ยวเนื่องจากพฤติการณ์ความเป็นนักการเมืองของ  นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   และก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง   เพราะโดยเงื่้อนไขที่เกิดจากคำพูดในการเบิกความคำร้องเรื่องการถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย  กลายเป็นว่า  สิ่งที่นายธนาธรประกาศต่อสาธารณะ  ถูกมองว่ากำลังนำมาเป็นเงื่อนไขต่อรองกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 



ทั้งนี้เมื่อวันที่  22  ตุลาคม  2562  ที่ผ่านมา เว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย  โดยนายอิทธิพร บุญประคอง  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ลงนามคำวินิจฉัย กกต. ที่ 152/2562  เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562  เป็นคำสั่งยกคำร้องของ  นายศรีสุวรรณ จรรยา  เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย  ในการขอให้วินิจฉัยกรณี  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเรื่องแนวทางการจัดการทรัพย์สินในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองโดยใช้แนวทางบลายด์ทรัสต์ ว่า เข้าข่ายความผิดมาตรา 73 (5) ของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ หรือเป็นการเข้าข่ายหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

 

ธนาธร


ทั้งนี้ กกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวน และพยานหลักฐานอื่นประกอบแล้วได้ความว่า  การแถลงข่าวการจัดการทรัพย์สินผ่านคณะกรรมการบลายด์ทรัสต์ ของนายธนาธร เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562   นั้น เป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตัวเองเท่านั้น ไม่ได้เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือเพื่อจงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัคร ซึ่งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นายธนาธรกระทำการฝ่าฝืนตามคำร้องแต่อย่างใด

 

 

 



ล่าสุด อ.ชูชาติ ศรีแสง  อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา  ได้ให้ความเห็นในเชิงข้อกฎหมาย  ไว้ในเฟซบุ๊กอย่างละเอียด ดังนี้

.....พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561

.....มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

 

 

.....(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

 


.....กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ว่า จะโอนหุ้นที่มีอยู่ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด  บริหารจัดการแทนในรูปของบลายด์ทรัสต์ โดยเป็นการโอนทรัพย์สินให้กองทุนเป็นผู้ดูแลและผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ การโอนทรัพย์สินในลักษณะนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำมาก่อน และเป็นกระทำโดยสมัครใจไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับ

 

 

.....แต่จนกระทั่งบัดนี้นายธนาธรยังไม่ดำเนินการโอนหุ้นของตนไปให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัดบริหารจัดการทรัพย์สินแทนในรูปของบลายด์ทรัสต์ดังที่ได้แถลงหาเสียงก่อนการเลือกตั้งแต่อย่างใด

 

 

.....กกต.เห็นว่า การกระทำของนายธนาธรเป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองเท่านั้น ไม่เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561  มาตรา 73 (5) จึงให้ยกคำร้อง

 

 

.....การที่นายธนาธรแถลงเรื่องนี้โดยมีสื่อมวลชนเสนอข่าว ให้ประชาชนได้ทราบกันทั่วประเทศ ก็โดยเจตนาที่ให้ประชาชนเห็นว่าตนเองเป็นนักการเมืองที่ดีมีเจตนาเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งเป็นการกระทำในสิ่งที่ไม่มีนักการเมืองไทยคนใดกระทำมาก่อน

 


.....แต่เมื่อนายธนาธรไม่กระทำการตามหาเสียงไว้จนกระทั่งบัดนี้ ย่อมเห็นได้ชัดแจ้งว่าเป็นการหลอกลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ที่ตนเองเป็นหัวหน้าพรรคซึ่งเท่ากับเป็นการเลือกตนเองที่เป็นผู้รับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่นั่นเอง

 


.....การที่ กกต.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น จึงการวินิจฉัยที่ขัดต่อข้อเท็จจริงที่นายธนาธรได้กระทำอย่างชัดแจ้ง

 


.....ถ้าการกระทำของนายธนาธรยังไม่เป็นการหลอกลวงเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองแล้ว ต่อไปหัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งก็คงใช้บรรทัดฐานนี้ไปหาเสียงโกหกหลอกลวงประชาชนกันได้อย่างสะดวกสบาย  เจตนารมณ์ของกฎหมายเลือกตั้งที่ต้องการไม่ให้พวกโกหกตอแหลขี้โกง เข้าสู่วงการเมืองก็เป็นหมัน

 


.....หรือว่า กกต.ไม่ต้องการนำมาตรา 159 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 73 (3) (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง ของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี นั้น มาใช้บังคับแก่นายธนาธร

 


.....ยังมีกรณีที่นายธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินและพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินนายธนาธ รกับการที่พรรคอนาคตใหม่เอาเงินของพรรคไปใช้หนี้ให้แก่นายธนาธร ล้วนแต่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ทั้งสิ้น

 


.....ข้อเท็จจริงทั้งสามกรณีปรากฎชัดแจ้งอยู่ในรายการทรัพย์สินของนายธนาธรที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงฟังได้ยุติแล้วว่านายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่กระทำการดังกล่าวจริง โดยไม่ต้องเสาะแสวงหาพยานหลักฐานที่ไหนอีกแล้ว สามารถดำเนินการวินิจฉัยได้ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ไม่ปรากฎข่าวว่า กกต. ดำเนินการอะไรบ้างแล้วหรือไม่ เพียงใด

 


.....กกต.ชุดหนึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 2  ปี คิดว่า กกต.ชุดปัจจุบันน่าจะจำได้และคงไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก

 

 

 

ธนธร

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ภาพชัดมาก คำแถลงสหภาพยุโรป เชื่อมั่นไทยหลังเลือกตั้ง อีกหนึ่งเคสเมินคำชี้ชวน #ชังชาติ ธนาธร อย่างสิ้นเชิง?
-ดร.อานนท์อธิบายชัดที่มาคำพูดทูตจีน ซัดหนักนักการเมืองบางคน เทียบคนเนรคุณสองแผ่นดิน ทำอะไรไม่มีวันเจริญ
-ธนาธร อ้างบังเอิญเจอ โจชัว หว่อง โบ้ยภาพถ่ายคู่ถูกนำขยายสร้างความเกลียดชัง...ดูกันยาวๆ ระวังกระทบธุรกิจ ไทยซัมมิท ในจีน
-ธรรมนัส ลุย กระบี่ ตามความก้าวหน้า นำร่องเศรษฐกิจพอเพียง หนุนเกษตรแปลงใหญ่ผสมผสาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์