เพื่อไทยตั้งโต๊ะเขย่า คสช.โจมตี หมดเวลา-อ้างเหตุแก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้!

"เพื่อไทย"ตั้งโต๊ะเขย่า คสช.โจมตี หมดเวลา-อ้างเหตุแก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้!

Publish 2018-02-01 09:19:42

เช้าวันนี้ พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง คสช.และรัฐบาล หมดความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป 
โดยระบุว่า  ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ายึดอานาจการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และได้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ คสช. และรัฐบาลไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศและประชาชนได้ แต่กลับสร้างปัญหาสาคัญที่จะเป็นวิกฤตของชาติในอนาคตต่อไป ซึ่งอาจสรุปได้ ดังนี้ 
1. ได้ใช้อานาจของหัวหน้า คสช. ออกประกาศและคำสั่ง จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สื่อมวลชน และนักวิชาการ แม้เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ยังคงคาสั่งและประกาศที่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง 
2. มีการแต่งตั้งคนของตนเอง เพื่อทาหน้าที่ในองค์กรอิสระและองค์กรต่างๆ ซึ่งทาให้องค์กรต่างๆ ขาดความเป็นอิสระในการทาหน้าที่ และถูกชี้นาโดย คสช. และหัวหน้า คสช.ได้ 



3. ใช้กลไกที่ตนเองสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการสืบทอดอานาจ ไม่ว่าจะเป็นเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภามาเป็นฐานอานาจแก่ตนเองในอนาคต, การเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง, การจัดทายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, การเขียน พ.ร.ป. พรรคการเมือง และใช้อานาจตามมาตรา 44 เพื่อสร้างความอ่อนแอให้พรรคการเมืองเดิม และสร้างความได้เปรียบแก่พรรคการเมืองใหม่ (ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นพรรคที่จะสนับสนุนให้ตนเองได้สืบทอดอานาจต่อไป) 
4. ไม่เคารพและยึดมั่นในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ด้วยการออกคาสั่งที่ไม่ใช่อานาจหน้าที่ของตน แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายพรรคการเมือง นอกจากนั้น ล่าสุดผู้นา คสช. (พลเอกประวิตร) ได้ออกมาข่มขู่ผู้ที่จะออกมาเรียกร้องให้คืนสิทธิ เสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างว่าขณะนี้ตนเป็นรัฎฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นถ้อยคาที่แสดงให้เห็นว่าไม่ยอมรับในการมีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในขณะนี้ 
5. ไม่สามารถแก้ปัญหาสาคัญของประเทศไทย 
5.1 ล้มเหลวในการสร้างความสามัคคีปรองดอง เนื่องจาก คสช.ได้เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง และกระบวนการสร้างความปรองดองผิดพลาด นาแต่พวกพ้องและเครือข่ายของตนเข้ามาเป็นกรรมการ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและส่วนอื่นๆ 

5.2 ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมได้ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ายังคงเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนยังขาดกาลังซื้อ แม้จะทุ่มเทงบประมาณไปนับแสนล้านบาท / ปัญหาสังคม การค้ามนุษย์และยาเสพติด รวมถึงปัญหาอาชญากรรมยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น 
5.3 ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นได้ ตั้งแต่เริ่มเข้ามาบริหารประเทศก็มีข่าวเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ในฟากฝั่งคนในรัฐบาล ทั้งเรื่องการซื้อไมค์ราคาแพงใช้ในห้องประชุม ครม., อุทยานราชภักดิ์, การจัดซื้อเรือดาน้า, ข่าวการทุจริตในโครงการ 9101, การทุจริตใน อผศ., การอนุญาตให้เอกชนใช้พื้นป่าโดยผิดกฎหมาย เป็นต้น เรื่องต่างๆ ดังกล่าว รวมถึงมีกรณีแกนนา คสช.บางส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง GT200 และ เรือเหาะ ก็ไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง บางเรื่องก็ทาให้จบไปแบบง่ายๆ ล่าสุด เรื่องการครอบครองนาฬิการาคาแพงของพลเอกประวิตร ฯ กว่า 25 เรือนที่พลเอกประยุทธ์ ฯ ก็บอกปัดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว นอกจากนั้น ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกันคือ ใช้อานาจแทรกแซงการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระบางองค์กร  แม้ว่าจะมีปัญหาขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม โดยกรรมการบางคนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นา คสช. ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างกลไกปกป้ องพวกพ้องและเครือข่ายของกลุ่มตน ทา ให้เกิดความไม่ไว้วางใจใน หมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง 
5.4 ปัญหาวิกฤตผู้นา เห็นว่า หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีมีปัญหาวิกฤตศรัทธาที่ไม่สามารถจะนา พา ประเทศต่อไปได้ เนื่องจากเป็นผู้ไม่รักษาคา พูดในเรื่องต่างๆ ดังเช่น  (1) เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2556 ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร พลเอกประยุทธ์ได้กล่าวยืนยันว่าทหาร จะไม่ปฏิวัติ โดยกล่าวว่า ตนและกองทัพต้องอดทนแล้วหาทางออก หาข้อสรุปที่สงบ สันติ เพื่อยุติปัญหา หากทหาร ปฏิวัติอีกจะเป็นการแก้ปัญหาผิดทาง ปัญหาอื่นๆ จะเกิดขึ้นอีก แล้วประเทศไทยจะยืนอยู่ในสังคมโลกได้อย่างไร แต่พล เอกประยุทธ์ก็ทา การรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 
(2) เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เห็นว่า คสช. และรัฐบาล ไม่มีความจริงใจที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อ จัดการเลือกตั้ง เริ่มจากจัดทา ร่างรัฐธรรมนูญ “ฉบับนายบวรศักดิ์” และถูกคว่า โดย สปช. อันเป็นหนึ่งในแม่น้า ทั้ง 5 สาย / กา หนดเงื่อนไขและจัดทา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลายกร่างยาวนาน แสดงให้เห็นเจตนาของการ ยืดเวลาเพื่ออยู่ในอา นาจชัดเจน ที่สำคัญ หัวหน้า คสช. เอง ก็ได้ ให้สัญญากับประชาชนและนานาชาติว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่ก็ได้ ผิดคำพูดมาโดยตลอด ล่าสุดให้สัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 แต่กลับมีการยืดเวลาบังคับ ใช้กฎหมายออกไปอีก 90 วัน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การเลือกตั้งจะเลื่อนไป และคงไม่เกิดขึ้นก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรืออาจจะไม่มีในปี 2562 ด้วยซ้า การที่มีการเลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อหัวหน้า คสช. อย่าง รุนแรง   (3) การจำนนต่อหลักฐานว่าตนเองเป็นนักการเมือง นับตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา พลเอกประยุทธ์ได้ ปฏิเสธมาอย่างต่อเนื่องถึง 9 ครั้งว่า ตนไม่ได้เป็นนักการเมือง ขณะเดียวกันก็โจมตีใส่ร้ายนักการเมืองต่างๆ นานา แต่เมื่อ วันที่ 3 มกราคม 2561 กลับเพิ่งยอมรับว่าตนเองเป็นนักการเมือง และปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เพื่อหวังกลับคืนสู่อา นาจอีกครั้ง 


จากข้อเท็จจริงและพฤติกรรมตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น พรรคเพื่อไทย จึงเห็นว่า คสช. และรัฐบาล และแม่น้า 5 สาย เข้าข่ายสมคบคิดกัน เพื่อใช้กลไกทางอานาจและกลไกตามรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในการ ได้อยู่ในอำนาจต่อไป มีการโกงกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง ผิดคามั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อนานาชาติ และประชาชน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทาให้ คสช. และรัฐบาลหมดความชอบธรรม และสี่ปีของการยึดอานาจการปกครอง ได้ พิสูจน์ให้คนไทยและสังคมโลกเห็นอีกครั้งแล้วว่า การรัฐประหารโดยล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่อาจ แก้ไขปัญหาของประเทศได้ ในทางตรงกันข้ามกลับจะสร้างปัญหา และผลกระทบต่อประเทศในวงกว้าง ดังนั้น ทางออกที่ ดีที่สุดของ คสช.ในขณะนี้ คือ การคืนอานาจให้แก่ประชาชนโดยเร็ว จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน พรรคเพื่อไทย 1 กุมภาพันธ์ 2561
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อาทิตย์ เจิดจรัส