สาวไทยสุดภูมิใจใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ลงมือปลูกผักกินเอง แถมขายให้เพื่อนบ้าน จนมีรายได้เสริมเลี้ยงลูก

Publish 2018-11-16 16:15:46



ในยุคปัจจุบันถือได้ว่ามีคนไทยไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเป็นจำนวนมาก ทั้งทำงาน เรียน และแต่งงานมีครอบครัวกับสามีหรือภรรยาชาวต่างชาติ แต่เมื่อจากบ้านเกิดเมืองนอนไปไกล แน่นอนว่าย่อมคิดถึงความเป็นไทยในแขนงต่างๆ ทั้งอาหารการกิน ศิลปะวัฒนธรรม รวมไปถึงการทำปลูกผัก ทำเกษตรกรเล็กๆ ที่บ้างครั้งอยากจะทำอาหารไทยรับประทาน จะได้ไม่ต้องไปซื้อผักแพงๆ กิน 
 



ล่าสุดได้มีสาวไทยคนหนึ่ง ออกมาเล่าประสบการณ์ การใช้ชีวิตต่างแดน ผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง และเล่าถึงเรื่องราวที่เธอได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่น สร้างครอบครัวด้วยกันที่นั่น ปัญหาที่เธอต้องเจอ คือเวลาอยากทานอาหารไทย แล้วจะไปซื้อผัก ซึ่งต่างประเทศ ผักไทยมีราคาแพง จึงเกิดไอเดียปลูกผักในกระถาง ก่อนจะขยับขยายปลูกลงดิน ในพื้นที่ข้างบ้าน จนตอนนี้ผลผลิตงอกเงย ทำให้เพื่อนบ้านชาวญี่ปุ่น ทึ่งในความสามารถของคนไทย 

 

 

 


โดยเธอเล่าเรื่องราวนี้ไว้ว่า "สวัสดีค่ะ แหม่มห่างหายไปนานเลย วันนี้แหม่มจะมาแชร์ประสบการณ์ การปลูกผักไทยในญี่ปุ่น ของแหม่มให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัว อีกครั้งนะคะ แหม่มชื่อ กาญจนา อิจจิม่า แต่งงานกับสามีชาวญี่ปุ่น และได้ย้ายมาอาศัยที่ อิบารากิ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ  บ้านของแหม่มจะอยู่ห่างจาก โตเกียว ประมาณ 2 ชม.
 

บ้านที่ญี่ปุ่น ลองปลูกผักในกระถาง 

 

 

เมื่อก่อนตอนที่แหม่มย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแรกๆ ก็พักอยู่ที่โตเกียวค่ะ เช้าอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ อยู่กันสองคนกับสามี สามีก็ทำงานออฟฟิศ ส่วนตัวแหม่มเองก็ทำงานที่ร้านอาหารไทย ด้วยความที่เราอยู่ร้านอาหารไทย ได้เห็นอาหารไทย ได้กลิ่นเครื่องเทศไทยทุกวัน บางครั้งที่ร้านก็จะแบ่งพืชผักมาให้ทานบ่อยๆ ตัวแหม่มเองเลยไม่ค่อยรู้สึกว่าเราขาดอาหารไทย แหม่มกับสามีอยู่ที่โตเกียว 5 ปีค่ะ แล้วสามีต้องต้องย้ายไปทำงานทางภาคใต้ของญี่ปุ่น จำได้เลยว่าก่อนที่จะย้ายไป พี่ที่ร้านอาหารไทยที่แหม่มทำอยู่ได้ให้ต้นสะระแหน่ไปด้วย แหม่มก็เอากิ่งไปปักชำ

 

ตอนอยู่ที่ภาคใต้ก็อยู่อพาร์ทเม้นเล็กๆ เหมือนเดิมค่ะ อยากปลูกผักบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ได้แค่คิด แต่ไม่ได้ลงมือทำ อยู่ที่ภาคใต้ 2 ปี สามีก็ต้องย้ายมาดูแลกิจการของครอบครัวสามีที่อิบารากิ ที่อิบารากิก็ยังคงเช่าบ้านอยู่นะคะ บ้านที่เช่าอยู่เป็นบ้านเล็กๆ มีที่จอดรถเป็นพื้นราดปูนซีเม็นต์ แต่ก็ยังพอมีพื้นที่ให้วางกระถางต่างๆ ได้"

 

 


 



ทำไมถึงอยากปลูกผัก ?
สิ่งที่ทำให้อยากปลูกผักหลักๆ ก็มี 3 สาเหตุนะคะ  คือ


อันดับแรก คือ ความ ว่าง  เป็นแม่บ้านอยู่บ้านเฉย ๆ เวลาว่างไม่มีอะไรทำแล้วหงุดหงิดค่ะ 


อันดับที่สอง คือ บ้านอยู่ไกลจากเมืองค่ะ จะเข้าเมืองแต่ละครั้งต้องให้สามีเป็นคนขับรถพาไป 


อันดับที่สาม คือ ผักไทยในต่างแดน ราคาแพงและหายาก แล้วก็ไม่มีความสดเลย เหี่ยว ๆ แต่ก็ขายแพง  ถ้าเพื่อน ๆ คนไทยอยู่ต่างประเทศจะเข้าใจในข้อนี้ 

 

 

ผักไทยในต่างประเทศ มีราคาแพงมาก 

 

 

ตอนที่ 1 ตัดสินใจลงมือทำ 
            
พออยู่บ้านเฉย ๆ เป็นแม่บ้านนอกเหนือจากงานบ้าน ก็พอมีเวลว่าง มานั่งคิด วางแผนจะปลูกผักก็คิดว่า คงต้องเริ่มปลูกในกระถางนี่แหละ (เพราะบ้านเช่าที่อยู่ ไม่มีพื้นที่เป็นดิน ตรงที่จอดรถก็เป็นปูนซีเมนต์) ผักชนิดแรกที่แหม่มปลูก คือมะเขือเทศค่ะ ตอนนั้นคิดว่าน่าจะเริ่มจากอะไรที่ปลูกง่ายๆ หาเมล็ดพันธุ์ได้ไม่ยาก

 

 

 

 

 


พอได้เมล็ดมาก็เริ่มปลูกเลย โดนการเอาหินใส่ที่ก้นกระถาง แล้วตามด้วยดิน แล้วนำเมล็ดพันธุ์หยอดลงดิน เอาหญ้าแห้งปิดผิวดินไว้นิดนึง  (สมัยเรียนประถมก็ปลูกแบบนี้ ฉันรู้ ฉันเรียนมา) รดน้ำทุกวันค่ะเช้าเย็น วาดฝันถึงมะเขอเทศแดงๆ ลูกโตๆ  พอเมล็ดแตกเป็นต้นอ่อนก็ดีใจมาก นับวันรอผลผลิตเลยค่ะ เหมือนโชคชะตาไม่เข้าข้าง บุญมีแต่กรรมบัง มะเขือเทศที่ประคบประหงม ให้ผลผลิตแค่ลูกเดียวแถมยังไม่แดงเต็มที่ แล้วก็ลาจากโลกนี้ไปแบบไม่มีวันกลับ (ดราม่าไปเนอะ) 

 


       

หลังจากนั้นความพยายามหมดไปหรือเปล่า???  โนค่ะ โนสน โนแคร์ ท่องไว้ตลอดว่า ฉันจะลองใหม่ แหม่มก็เริ่มหาเมล็ดพันธุ์มาใหม่ คราวนี้ปลูกหลายอย่าง ลองหลายๆชนิด  เหมือนเดิมค่ะ พอได้เมล็ดพันธุ์มาก็เริ่มเลย ใช้วิธีเดิม เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะฉันเรียนมาแบบนี้นี่นา ไม่เคยคิดว่า ผักจะผ่านหนาวไปได้หรือเปล่า ไม่คิดว่าผักนี้จะทนฝนหรือไม่ สุดท้ายก็คงเดาออกนะคะ ว่า ที่ทำไปคือ พังและเสียเวลา  สามีก็บอกว่ากาญจนา พอเหอะ 

 

 

 


       

หลังจากนั้น แหม่มก็ถอดใจไปพักใหญ่ทำอาหารไทยแบบเครื่องไม่ครบ ผัดกระเพราแบบไม่มีใบกระเพราพริกใช้พริกญี่ปุ่น ( ซึ่งไม่มีความเผ็ดเลย ) จนได้มีโอกาสไปวัดไทยในญี่ปุ่น ที่วัดก็มีงานขายของไทย ในงานก็จะมีคนไทยมาขายของไทย ๆ รวมถึงมีคนญี่ปุ่นที่นำเอาต้นกล้าผักมาขายด้วย เดินดูไปเพลิน ๆ ทำให้เราคิดได้ว่า ผักที่เราปลูกเราอาจจะปลูกแบบไม่ถูกต้อง 

 


ตอนที่ 2  เพิ่มรอยหยักในสมอง 
      
หลังจากกลับจากงานที่วัดไทยแล้ว ทีนี้แหม่มต้องไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว อะไรที่เคยรู้ แหม่มพับเก็บไว้ก่อน เริ่มหาข้อมูลใหม่ ทั้งจากหนักสือ จาก internet และ Facebook เริ่มเรียนรู้และทำความเข้าใจก่อนว่า ผักไทยเราชอบอากาศแบบไหน และผักแบบไหนสามารถที่จะปลูกในสภาพอากาศของประเทศญี่ปุ่นได้ รวมไปถึงการมานั่งนับเดือนเลยว่า หน้าร้อยของญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนอะไร ถึงเดือนอะไร หน้าฝนกินระยะเวลากี่เดือน หน้าหนาวมีกี่เดือนและหนาวมากน้อยแค่ไหนไปจนถึง การลงมือปลูกมันไม่ใช่แค่หว่นเมล็ดลงดิน มันยังมีการเพาะต้นกล้าก่อน ผักบางอยากก็ปักชำได้เลย โอ้โหยิ่งหาข้อมูลเรายิ่งรู้สึกว่าเราทำไมโง่แบบนี้ จากที่เราไม่เคยคิดถึงจุดเล็กๆ นี้เลย มันทำให้เราปลูกผักไม่ประสบผลสำเร็จ 

 


ตอนที่ 3 เมื่อความสำเร็จมาเยือน
        
หลังจากที่เติมสมองมาอย่างเต็มที่ก็พร้อมลงมือทำ แหม่มเริ่มจากปลูกผักในกระถางนะคะ เพราะว่าที่บ้านเช่าไม่มีพื้นดินให้ปลูก ปลูกหลายอย่างหลายชนิด บางช่วงหน้าหนาวมาไว ก็ยกกระถางเข้าบ้าน ตอนนี้เริ่มมีความสุขมากขึ้น เนื่องจากเราเป็นคนไทยเนอะ อาหารอะไรจะอร่อยเท่าอาหารไทย และแหม่มโชคดีอีกอย่างที่สามีก็ชอบอาหารไทยมาก ตอนนี้เริ่มมีผักไทยๆ รับประทานโดยที่ไม่ต้องไปซื้อแพงๆ ในเมือง ( แต่บางอย่างก็ซื้อนะคะเพราะแหม่มเองก็ไม่ได้เก่งที่จะปลูกเองทุกอย่าง )  

 

 

 


ตอนนี้หน้าบ้านก็จะเต็มไปด้วย กระถาง กระบะปลูกผัก ตรงหน้าต่างก็เอาเชือกทำเป็นร้านสำหรับปลูกพวกไม้เลื้อยเช่นมะระ    

 

 

 


        
วันนึงคุณลุงเจ้าของบ้านเช่าก็มาหาที่บ้านแล้วพูดว่า "เห็นว่าชอบปลูกผัก ลุงมีที่ว่างตรงโน้น ถ้าจะใช้พื้นที่ตรงโน้นปลูกผักก็ได้น้ะ ลุงอนุญาต" 

 

 

 

 

 


ตอนที่ 4 พื้นที่ๆ ใหญ่ขึ้น 
        
หลังจากคุณลุงเจ้าของบ้านเช่าให้ใช้พื้นที่ว่างปลูกผักได้ แหม่มก็ไม่รอช้า จัดการเคลียพื้นที่ก็ใช้จอบกับสองมือนี่แหระค่ะ ค่อย ๆ ทำไป ทีละนิด ๆ ปรับพื้นดิน ดายหญ้า ยกร่องผัก เหนื่อยนะคะ แต่มีความสุข ตรงที่ปลูกผักก็ไม่มีสายอยางให้รดน้ำผักนะคะ ก็ต้องหิ้วน้ำใส่ถังน้ำไปรดน้ำผัก หลังจากที่เราได้พื้นที่ปลูกผักที่มากขึ้น ผักที่เราปลูกก็มากขึ้นและหลากหลายขึ้น แน่นอนค่ะ ผลผลิตก็มากขึ้น

 

 

ส่วนนึงแหม่มเก็บเอาไว้ทำพันธุ์สำหรับเพาะปลูกในปีหน้า ส่วนนึงเก็บถนอมอาหารไว้สำหรับกินตอนหน้าหนาว อีกส่วนแหม่มก็เอาไปแบ่งให้เพื่อนค่ะ และสุดท้าย แหม่มก็ขายให้กับเพื่อนๆ คนไทยในญี่ปุ่นในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก 

 

 

 

 

 


ตอนที่ 5 ความสุข 
        
การอยู่ต่างประเทศแต่มีอาหารไทยกินทุกวันและมีอาหารไทยกินทั้งปีเปรียบเสมือนสวรรค์ของคนไทยในต่างแดนเลยค่ะ และที่มากกว่านั้นใครจะรู้ว่า แค่การปลูกผัก ทำให้เรามีความความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านกับชุมชน มีคนบอกว่า แถวนี้มีผู้หญิงไทยปลูกผักเก่ง เลยขอมาดู และสิ่งที่แหม่มทำคือ การให้ผักเค้าได้กลับไปรับประทาน จากไม่รู้จักกลายเป็นคนรู้จักและกลายมาเป็นเพื่อน 

 

 

 

 

 

ปลูกผักได้งามมาก แจกจ่ายเพื่อนบ้าน และขายหารายได้เสริม 

 

 


หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ชื่นชมในความพยายามปลูกผักกินเองในต่างแดน ทำให้คนต่างชาติได้เห็นว่า คนไทยเรามีความสามารถ และผูกพันกับงานการเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่หลายๆ บ้านก็จะมีผักเล็กๆ น้อยๆ ปลูกไว้เป็นพืชสวนครัว และถือเป็นไอเดียให้กับคนไทยที่ต้องใช้ชีวิตในต่างแดน หันมาปลูกผักกินเองอีกด้วย 

 

 

 

 

 

 

คนญี่ปุ่นยังชื่นชม ว่าสาวไทยปลูกผักเก่ง 


 

 

 

ขอบคุณ : kanchana iljima 

บทความ : สองมือเล็ก ๆ กับการปลูกผักไทยในญี่ปุ่น 



เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล