บิ๊กตู่ยันเอง!!!ตปท.บอกพิกัดที่อยู่ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ แล้ว แต่เงียบไม่ตอบว่าจะส่งตัวให้ไทย กลับมาดำเนินคดีไหม

Publish 2018-02-13 17:15:43



ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีการพูดคุยและหารือกับรมว.ต่างประเทศสหราชอาณาจักร วานนี้(12 ก.พ.) ว่า ไม่ได้มีการหารือในกรณีนาย ทักษิณ และ น.ส ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ต้องหาหลบหนีคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าไม่จำเป็นต้องหารือในเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานและคนทำอยู่แล้ว เรื่องนี้ตนเคยบอกแล้วว่า ไม่ว่าจะขอตัวใครไป ถ้าประเทศนั้นๆให้ก็คือให้ แต่ถ้าไม่ให้ก็คือเขาไม่ให้ และเราก็ไม่สามารถไปจับกุมตัวที่ต่างประเทศได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ  ซึ่งตนพยายามทำทุกอย่างอยู่ว่าใครทำผิดกฎหมายในประเทศไทยบ้าง และส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับทุกประเทศ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละประเทศ เช่นเดียวกับบ้านเรา ซึ่งเราก็มีแนวทางและหลักเกณฑ์ของเราอยู่ว่าจะส่งตัวหรือไม่ และจะต้องดำเนินคดีอย่างไร  ซึ่งก็มีอยู่หลายคดีที่เกี่ยวข้องกันอยู่
 

 

 



เมื่อถามว่า ล่าสุดรัฐบาลได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศในการให้ข้อมูลที่ชัดเจนของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต่างประเทศก็ให้ความร่วมมือ  โดยให้ข้อมูลมาว่าปัจจุบันพำนักอยู่ที่ไหน เมื่อถามไปว่า แล้วจะส่งตัวกลับมาให้ไทยหรือไม่ เขาก็เงียบเพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ต่างประเทศก็มีหลักการ มีกฎหมายของเขา คือกฎหมายบ้านเราอาจผิด แต่กฎหมายบ้านเขาไม่ผิด หรือบางเรื่องที่เป็นเรื่องระดับสูงเกินไป เช่น เรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรี เขาอาจมองว่าเป็นประเด็นการเมืองนั่นคือปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราเอาเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นการเมืองไปเสียทั้งหมด แต่ความจริงเป็นรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ถ้าเราช่วยกันทำความเข้าใจแบบนี้ ทุกคนก็จะเข้าใจและช่วยกันทำให้เรื่องนี้ไม่สับสนอลหม่าน ตนเองก็ไม่ได้ไปสนใจอะไร เพราะเมื่อเขาทำผิดกฎหมายยังไม่กลับมาก็ยังดำเนินคดีไม่ได้ แต่กลับมาเมื่อไหร่ก็ดำเนินคดีได้เท่านั้นเอง วันนี้ขอร้องว่า ให้ร่วมกันกับการพัฒนาประเทศดีกว่า เรื่องอื่นก็ให้เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า สถานะล่าสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้พาสปอร์ตประเทศใดในการเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “หนังสือเดินทางของประเทศไทยก็ไม่มี กระทรวงการต่างประเทศถอนทั้งหมดแล้ว ก็เป็นหนังสือเดินทางของต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศมีการออกหนังสือเดินทางได้หลายแบบ ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และประเภทอื่นๆแต่ถ้าเป็นในส่วนของประเทศไทยไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจสถานการณ์โลกเป็นอย่างนั้น”

“สิ่งที่น่าสนใจ คือมีทั้งอิตาลี อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศสำคัญในอียูได้มาพบกับผม ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของเรา อังกฤษถือเป็นอันดับสองในเรื่องการค้าการลงทุนของกลุ่มประเทศอียู เราก็ต้องให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน เขาก็ได้ให้กำลังใจในการเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ผมก็ได้บอกว่า ผมได้ดำเนินการตามนั้น ตามขั้นตอนต่างๆและกฎหมายที่มีอยู่ ผมบอกไปแล้วว่าวันนี้ ถ้าขยับไปได้มันก็จะขยับไป 90 วันล่ะมั้ง ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด ก็ได้ยืนยันไปตามนั้น ขอร้องว่าอย่าเอาไปเป็นประเด็นว่า ผมพูดไปแล้วกลับคำมันไม่ใช่ ผมกลับคำไม่ได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของโรดแมปของผม ซึ่งมีกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มันจะล่าช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่กฎหมายลูก ก็ว่ากันมา ผมไม่ได้ต้องการไปแก้ไขอะไรให้มากมายนัก ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญหรือจำเป็น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถาม กรณีที่มีนักการเมืองบินไปหาอดีตนายกรัฐมนตรีที่ต่างประเทศ มีการจับตามองเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะขณะเดียวกันก็มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากจะบินไปก็ไปเถอะ ก่อนหน้านี้เราให้ทำเรื่องขออนุญาตก่อน ก็กล่าวหาว่าตนละเมิดสิทธิมนุษยชน สื่อเองก็ต่อว่า ตนก็ให้เกียรติทุกคน อยากไปก็ไป ไม่ต้องมาขออนุญาตตนแล้วจะเอาอะไรกันอีก แต่วันนี้ถ้าใครไปทำความผิด หรือเคลื่อนไหวอะไรในทำนองล้มล้างรัฐบาล ก็สามารถขอข้อมูลได้อยู่แล้ว ว่ามีใครไปพบไปหากันบ้าง ตนไม่จำเป็นต้องแจงเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงทำงานกันอยู่

 



เมื่อถามว่า ทำไมเวลาที่สื่อมวลชนถามถึง 2 อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ นายกฯถึงแสดงอารมณ์ทุกครั้ง ขณะที่บอกว่าเป็นเรื่องแค่ไอ้กระพี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้แสดงอารมณ์กับอดีตนายกฯทั้งสองท่าน แต่ผมแสดงอารมณ์กับคำถามของสื่อมวลชน เข้าใจกันบ้างไหม อย่างเมื่อวานนี้ที่ผมพูดว่า ทำไมต้องไปสนใจกับไอ้กระพี้ คำว่าไอ้กระพี้ ไม่ได้หมายความถึงสองอดีตนายกรัฐมนตรี ผมให้เกียรติเขา เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี จะผิดหรือถูกก็ให้กฎหมายว่ากันไป แต่คำว่าไอ้กระพี้ของผมคือ สื่อสนใจแต่ข่าวเปลือกนอก ไม่สนใจสารัตถะข้างใน ข้อเท็จจริงข้อมูลที่ชัดเจน หรือกระบวนการยุติธรรมต่างๆ สื่อไม่สนใจกับคำหรือเรื่องพวกนี้เลย แล้วก็ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดกันไปหมด เจ้าหน้าที่ก็มีปัญหาในการทำงาน กระบวนการยุติธรรมก็มีปัญหา ขาดความน่าเชื่อถือทั้งๆที่กฎหมายมีทุกตัว สิ่งใดที่เกิดมาในสมัยก่อน มีข้อบกพร่องและผิดพลาดรัฐบาลนี้ก็พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ ทำน้อยเกินไปก็ไม่ได้ ทำแรงเกินไปก็ไม่ได้ สื่อก็ต้องช่วยผมบ้าง ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ ผมถึงได้บอกว่า อย่าไปสนใจกับไอ้กระพี้ รู้จักหรือไม่คำว่า กระพี้ ต้นไม้มีเปลือก ตรงนั้นเรียกว่ากระพี้ มันไม่มีประโยชน์ไม่มีคุณค่าเอาไปทำอะไรไม่ได้ เขาต้องถากเปลือกนอกออกไปเพื่อทำไม้แปรรูป สนใจแก่นของไม้มันบ้าง แก่นก็คือสาระสำคัญของข่าว วันนี้สื่อทำข่าวตลาดเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้ เพราะส่งผลกระทบต่อการทำงาน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า คำตอบส่วนใหญ่ของตนวันนี้บางทีก็เป็นแค่กระพี้เหมือนกัน และที่ตอบวันนี้ก็ไม่ได้โมโห ไม่ได้มีอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น หมดแล้วอารมณ์หมดไปนานแล้ว 
 


HASTAG : บิ๊กตู่  

เรียบเรียงโดย

บุญระดม จิตรดอน


Recommend News